ฉันเริ่มอาชีพนี้ด้วยความบังเอิญ หลังจากที่รับราชการในโรงพยาบาลสีเขียวมากว่าสิบปี จึงค้นพบตัวเองว่าอยากจะออกมาเห็นโลกกว้าง นอกรั้วสูงบ้าง จึงตัดสินใจลาออกจากราชการด้วยความฝันที่จะได้ร่วมงานกับองค์กรอินเตอร์สักที่ เพื่อให้มีโอกาสพัฒนาภาษาอังกฤษและเผลอๆ อาจจะได้ไปเมืองนอกตามที่ฝันไว้

ฉันได้งานแรกนอกรั้วราชการกับบริษัทสัญชาติยุโรปที่หนึ่ง แต่ทำได้ประมาณหนึ่งปี บริษัทก็เริ่มมีปัญหา จนครบปีเจ้านายจึงตัดสินใจบอกทีมงานว่าเราคงต้องแยกย้าย แต่ช่วงก่อนจะแยกย้ายประมาณเกือบหกเดือน ฉันก็ได้มีโอกาสเริ่มอาชีพผู้แทนเครื่องมือแพทย์ แต่เป็นแบบพาร์ทไทม์กับบริษัทเล็กๆแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับการแนะนำโดยคนรู้จัก และที่นี่จึงเป็นจุดกำเนิด โลกใบใหม่แห่งการเรียนรู้ของฉันจนกระทั่งทุกวันนี้

ที่นี่เป็นบริษัทตั้งใหม่ มีสาขาอยู่ในประเทศอื่นๆด้วยทั่วทั้งเอเชีย แหม ดูอินเตอร์ไม่ใช่เล่นนะ แต่สไตล์บริหารก็ต่างชาติมากๆเลย คือ เราต้องทำทุกอย่างได้ด้วยตนเองนี่สิ คงไม่ค่อยสนุกนักสำหรับคนทำงานสไตล์ไทยๆ ที่เคยทำแผนกไหน ก็หน้าที่นั้น ไม่เกี่ยวกัน แต่ด้วยกฏหมายไทย ที่บริษัทต้องมีหุ้นส่วนกว่าครึ่งเป็นคนไทย บริษัทสาขาในไทยนี้ ก็เลยมีความเป็นลูกครึ่งมาก แต่เป็นลูกครั้งที่ไม่ใช่แค่หน้าตาสวย แต่บางครั้งก็ยังมีความขัดแย้งในตัวเองด้วย เพราะอีกขั้ว ผู้บริหารเชื้อสายไทยจีน ที่เข้มงวด สุดๆ ทั้งเรื่องจากวัฒนธรรมการดำเนินชีวิต และการทำงาน แต่นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของความท้าทาย ไม่ใช่ปัญหา ความน่าสนใจอยู่ที่ ฉันจะปรับตัวอย่างไรกับอาชีพใหม่ เพื่อนร่วมงานใหม่ และผู้บริหารต่างชาติ ซึ่งเป็นคนรู้จักกับเพื่อนของฉันนี่สิ ดูน่าจะดีนะที่ได้ใกล้ชิดนาย แต่ก็ไม่แน่หรอกต้องดูกันไปอีกนาน เพราะมัน ไม่ง่ายอย่างที่คิด