ด้วยความที่ฉันเป็นพาร์ทไทม์ ทางบริษัทก็ไม่ได้มีการกำหนดหรือส่งรายชื่อฐานลูกค้าเก่าให้ ฉันจึงต้องเริ่มค้นหารายชื่อลูกค้าด้วยตนเองทั้งหมด ทุกย่างเริ่มจากศูนย์ แต่จะนับว่าศูนย์เลยที่เดียว คงไม่ถูกนัก เพราะพื้นฐานวิชาชีพเดิม ประสบการณ์ด้านการขายและการนำเสนอก็เคยมีมาบ้างจากงานขายประกัน ขายตรง ที่เคยชอบทำยามว่างสมัยยังรับราชการ ก็เชื่อว่าโดยพื้นฐานการขาย น่าจะคล้ายกัน คือ ต้องมีความรู้ ความเข้าใจผลิตภัณฑ์ อย่างถ่องแท้ อธิบายได้ทั้งองค์ความรู้ และประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ เทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจ และสิ่งที่สำคัญที่สุด สายสัมพันธ์อันดี ระหว่างนักขายกับลูกค้า

สำหรับคนที่อยู่มานานในวงการนี้ จะรู้ดีว่าสิ่งที่เป็นหัวใจและที่มาของรายได้เป็นกอบเป็นกำ นอกจากความรู้ในตัวสินค้าแล้ว ก็คือฐานลูกค้าประจำ ซึ่งลูกค้าเหล่านี้มักจะมีความสัมพันธ์เป็นอันดีกับเซลล์ผู้ขาย จนไว้เนื้อเชื่อใจ และมีการสั่งซื้อกันเป็นประจำ เครื่องมือแพทย์แต่ละชิ้นนั้นมีราคาสูงมาก เป็นหลักหลายแสน ถึงหลายล้าน สินค้าีที่ดีและบริการหลังการขายที่เป็นเยี่ยมจึงเป็นกุญแจสำคัญ ดังนั้น เซลล์หรือผู้ขายจะต้องเป็นบุคคลที่ลูกค้าไว้ใจ จนสั่งซื้อของด้วยเป็นประจำ แต่สำหรับคนใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์เลย ในวงการ ไม่รู้จักใครเลยอย่างฉัน จะไปหาลูกค้าและความไว้วางใจจากลูกค้าได้ที่ไหน ยิ่งฉันสมัครทำเป็นพาร์ทไทม์กับเขา ก็ไม่มีใครลงมาจับมือสอนวิชาการขายให้แน่ๆ อย่าว่าแต่ส่งลูกค้าให้เลย ดูแล้วมันคงยาก จนแทบไม่เห็นช่องทางสำเร็จ แต่นิสัยเดิมของฉัน มันไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆด้วยสิ หลังจากคำนวณเปอร์เซนต์การขายเป็นตัวเงินหากขายได้เดือนละเครื่องแล้ว เห็นว่ารายได้มากพอๆกับผู้อำนวยการฝ่ายของบางบริษัทซะอีก แถมถ้าเดือนไหนฟลุกขายได้มากกว่าหนึ่งเครื่อง คงได้เงินก้อนโตมากกอดให้ชื่นใจ เมื่อค้นหาแรงบันดาลใจจนเจอ ฉันก็ลงมือค้นหารายชื่อลูกค้า ซึ่งก็โชคดีที่สมัยนี้ มีกูเกิ้ล ที่ให้ข้อมูลได้อย่างมากมาย ด้วยความใหม่และฟิต ฉันได้รายชื่อลูกค้าใหม่มา 20 รายจากนั้นลงมือโทรนัดหมายเพื่อเข้าพบและสาธิตสินค้า

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตื่นเต้นของเราหรือลูกค้ากำลังต้องการสินค้า ฉันได้รับการตอบรับให้ไปพบและสาธิตสินค้าถึงสิบที่ด้วยกัน จาก 20 รายชื่อ ถือเป็นความสำเร็จในขั้นแรกที่น่ายินดี เจ้านายและเพื่อนเซลล์คนอื่นๆต่างทึ่งในความสามารถในการนัดหมายของฉันมาก เจ้านายบอกว่า ถ้าสาธิตสิบที่ อัตราส่วนที่จะขายได้ สำหรับมือใหม่ น่าจะอยู่ที่ 2 ที่ ซึ่งก็เป็นอัตราที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะค่าคอมมิชชั่นสูงแบบที่เหมือนโบนัสรายปีของบางบริษัทใหญ่ๆทีเดียว นั่นก็เป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้ฉันโหมทำงาน สาธิต สิบที่ในสองสัปดาห์อย่างลืมเป็นลืมตาย

สิบคลินิก ในสองสัปดาห์ สำหรับการสาธิต ฉันเหนื่อยจนเหมือนนกปีกหัก บินหัวทิ่มกลับบ้านทุกวัน คิดดูว่าต้องพูด อธิบาย นวดวนprobe ครั้งละ 20-30 นาที เป็นสิบๆครั้งต่อวันเป็นยังไง บางคลินิก หมอก็ใจดี ให้เราสอนพนักงาน แล้วพนักงานก็จะทำให้กับผู้ที่มาลองเครื่อง บางคลินิก ลูกค้าขอทดลองเอง แต่หมอก็ไม่ไว้ใจให้พนักงานทำ ฉันกับน้องเจ้าหน้าที่ของบริษัทอีกคนหนึ่ง ก็ต้องช่วยกันทำ เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องยิ้มไว้ เพราะสินค้าของเราใช้งานง่าย ไม่ทำให้ผู้ใช้งานเหนื่อยล้า ลูกค้ามาขอลองเป็นสิบก้ต้องทำให้ ดีที่เครื่องไม่ได้มีค่าใช้จ่ายใดๆ จึงสามารถทำได้ ประกอบกับอยากจะทำให้ลูกค้าประทับใจ ฉันจึงต้องทำเต็มที่ อย่างดีที่สุด ถึงแม้ว่าตอนกลับบ้าน ต้องแวะร้านนวด ให้ช่วยคลายเส้นก่อนเข้านอนอย่างน้อยวันละหนึ่งชั่วโมงทุกคืนก็ตาม

หลังจากที่เห็นเด็กใหม่ ท่าทางเปรี้ยวซ่าหน้าตากวน แบบฉัน ทำงานแล้ว พี่ Marketing Manager และหุ้นส่วนใหญ่ ของบริษัทก็เริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนไป เริ่มพูดคุยกับฉันดีขึ้น พร้อมกับชวนฉันมาทำงานประจำเต็มเวลาเสียเลย เพราะประทับใจในความขยัน แบบไม่กลัวเหนื่อยตายของฉัน ถ้าไม่ติดว่า บริษัทเก่าถึงแม้จะง่อนแง่น แต่ก็จ่ายเงินตรง และ มากกว่าเงินเดือนเซลล์ที่นี่ แถมไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวันเพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน (เตรียมเลิกกิจการ) ฉันคงเซย์เยสไปแล้ว แต่ที่น่าดึงดูดใจสุดๆ คือที่นี่ยื่นข้อเสนอให้ฉันไปดูงานต่างประเทศในฐานะตัวแทนของทีมเซลล์ทั้งๆ ที่ฉันเป็นแค่พาร์ทไทม์น่ะสิ งานนี้เป็นงานประชุมระดับโลกของบรรดาคุณหมอทั่วโลก ที่ประเทศเกาหลี ฉันจะได้มีโอกาสไปต่างประเทศ ได้กระทบไหล่คุณหมอคนดังทั่วโลก โอ้ว้าว!นี่มันสิ่งที่ฉันฝันไว้นี่นา แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก เพราะเซลล์ประจำเขาก็มี ฉันคงถูกวางยาเบื่อหนูให้ตายแน่ๆ ถ้ามาแรงแซงโค้งเบียดพนักงานประจำตกเฟรมแบบนี้

สุดท้าย หลังจากวิ่งเป็นบ้าสาธิตเครื่่องมาจนครบสิบที่ และยังนัดหมายเพิ่มเติมเรื่อยๆ จนเป
้นเดือน สองเดือน ก็ยังไม่มีที่ท่าว่าจะขายได้เลย ไอ้สิบที่ขายได้สองที่ มันท่าจะไม่จริงล่ะมั้ง ตอนนี้มันปาเข้าไปจะสามสิบที่แล้ว ฉันยังไม่เจอบ่อน้ำมัน และฐานลูกค้าคนที่น่าจะสนิทกันในอนาคตต่อไปเลยเหนื่อยมากๆทุกวัน มันก็รู้สึกท้อนะ ไอ้ที่เคยมีเวลาว่างไปดูมวยที่ชอบ ไปวิ่งออกกำลัง ไปช็อปปิ้ง ทำเล็บก็ไม่มีเลย ทำงานเจ็ดวันไม่ได้พัก จนหันมองรอบตัวก็เห็นบ้านรกเป็นรังหนูแแบบที่ไม่เคยปล่อยให้เป็นมาก่อน ปากคอแห้งผาก ตาโรย หน้าตาดูเหนื่อยเหมือนแมวอดนอน ฉันก็เริ่มรู้สึกว่า มันน่าจะมีอะไรผิดปกติแน่ๆ จึงหยุดพักและหาเวลาใคร่ครวญกับสิ่งที่ผ่านมา

คนอ่านอาจจะสงสัย ว่าตกลงได้ไปเกาหลีไหม ขายได้มั่งหรือเปล่า คำตอบคือ ไม่ได้ไป แล้วก็ ขายไม่ได้เลย เจ้านายเขาเกรงว่าจะทำให้พนักงานคนอื่นน้อยใจ เดี๋ยวพาลจะลาออกไปเป็นพาร์ทไทม์กันหมด ก็เลยตัดปัญหา ไม่ส่งใครไปเลย แต่ก็ดี เพราะฉันก็อยากใช้เวลาช่วงที่เขาจะให้ไปดูงาน ได้พักผ่อนสมอง พักผ่อนร่างกายและใช้เวลาหวานแหววกับคนรักบ้าง หลังจากที่ฉันเหนื่อยและเหวี่ยงอารมณ์บูดใส่เขาไปหลายที